ฝอยทอง

ฝอยทอง

บทนำฝอยทอง

ฝอยทอง เป็นขนมไทยโบราณ มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยท้าวทองกีบม้า ภรรยาของเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ (คอนสแตนติน ฟอลคอน) เป็นผู้คิดค้นขึ้น ลักษณะเป็นเส้นฝอยสีทองอร่าม ทำจากไข่แดง น้ำตาลทราย และน้ำเชื่อม มีรสชาติหวาน หอม กรอบนอก นุ่มใน นิยมใช้เป็นเครื่องบูชาในพิธีกรรมต่างๆ และเป็นของหวานมงคลในงานเทศกาล

วิธีทำ ฝอยทอง

การทำฝอยทองแม้จะดูเหมือนง่าย แต่ต้องอาศัยความพิถีพิถันและความชำนาญพอสมควร ขั้นตอนในการทำฝอยทอง มีดังนี้

ส่วนผสม

  • ไข่แดงไข่เป็ด 8 ฟอง
  • ไข่แดงไข่ไก่ 8 ฟอง
  • น้ำตาลทรายขาว 500 กรัม
  • น้ำลอยดอกมะลิ 500 มิลลิลิตร
  • กลิ่นมะลิ 1 ช้อนชา
  • ใบเตย 2-3 ใบ
  • น้ำเปล่า 100 มิลลิลิตร

อุปกรณ์

  • กระทะ
  • ตะกร้อ
  • กรวยใบตอง
  • กระชอน
  • พายไม้

ขั้นตอนการทำ

  1. แยกไข่แดงไข่เป็ดและไข่ไก่ ใส่ลงในภาชนะ ตีไข่แดงด้วยส้อมหรือตะกร้อจนเข้ากัน
  2. ละลายน้ำตาลทรายในน้ำลอยดอกมะลิ ตั้งไฟจนน้ำตาลละลายหมด เติมกลิ่นมะลิ ใบเตย และน้ำเปล่า ต้มจนน้ำเชื่อมข้น
  3. ค่อยๆ เทน้ำเชื่อมร้อนๆ ลงในไข่แดงที่ตีไว้ คนส่วนผสมจนเข้ากัน
  4. กรองส่วนผสมผ่านกระชอน เทใส่กรวยใบตอง
  5. ตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อนพอประมาณ ใช้ไฟอ่อน หยดน้ำฝอยทองลงไปโดยบีบจากกรวยใบตอง
  6. ทอดจนฝอยทองกรอบ เสร็จแล้วตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน
  7. พักฝอยทองไว้ให้เย็น เสร็จเรียบร้อย

เคล็ดลับการทำฝอยทองให้อร่อย

  • เลือกไข่แดงสดใหม่
  • น้ำเชื่อมต้องข้นประมาณ 70%
  • ใช้ไฟอ่อนในการทอด
  • ไม่ควรทอดนานเกินไป
  • ใช้กรวยใบตองที่มีรูขนาดเล็ก
  • ฝอยทองที่ได้ควรมีสีเหลืองทองอร่าม เส้นเล็ก กรอบนอก นุ่มใน

ประโยชน์ของฝอยทอง

ฝอยทองเป็นขนมหวานที่ไม่เพียงแค่มีความสวยงามและรสชาติอร่อยเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพอีกด้วย เนื่องจาก

  • ไข่แดงอุดมไปด้วยโปรตีนและวิตามินบี12
  • น้ำตาลทรายให้พลังงาน
  • น้ำลอยดอกมะลิมีสรรพคุณช่วยคลายเครียด
  • ใบเตยมีสรรพคุณช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ

การเก็บรักษาฝอยทอง

ฝอยทองสามารถเก็บไว้ได้นานประมาณ 1-2 สัปดาห์ โดยใส่ในภาชนะที่ปิดสนิทและเก็บไว้ในที่แห้ง เย็น ไม่ควรโดนความชื้น

สรุป

ฝอยทองเป็นขนมหวานมงคลที่มีความสวยงาม รสชาติอร่อย และมีประโยชน์ต่อสุขภาพ วิธีการทำฝอยทองแม้จะดูเหมือนง่าย แต่ต้องอาศัยความพิถีพิถันและความชำนาญพอสมควร หากคุณสนใจที่จะทำฝอยทองทานเอง สามารถลองทำตามสูตรและเคล็ดลับที่แนะนำในบทความนี้ได้ เพียงเท่านี้คุณก็สามารถทำฝอยทองแสนอร่อยไว้ทานเองหรือมอบให้คนที่คุณรักได้แล้ว

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ : http://kanomthai.info