ขนมทองม้วน

ขนมทองม้วน

บทนำเกี่ยวกับขนมทองม้วน

ขนมทองม้วน ขนมไทยโบราณที่คุ้นเคยกันมาช้านาน เส้นแป้งบางกรอบ เคลือบด้วยน้ำตาลสีเหลืองอร่าม โรยด้วยงาดำมันวาว เพียงแค่เห็นก็ชวนให้น้ำลายสอ และเมื่อได้กัดเข้าไป สัมผัสได้ถึงความกรอบนอก นุ่มใน รสชาติหวานละมุน กลิ่นหอมของมะพร้าวและงาดำ ช่างลงตัวเป็นเอกลักษณ์ บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกเรื่องราว่ของขนมทองม้วน ตั้งแต่ประวัติความเป็นมา เอกลักษณ์ที่โดดเด่น สูตรการทำง่าย ๆ ไปจนถึงคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อให้คุณรู้จักและหลงใหลในเสน่ห์ของขนมไทยชนิดนี้มากยิ่งขึ้น

ประวัติความเป็นมา : ขนมทองม้วน จากอดีตสู่อปัจจุบัน

ขนมทองม้วนมีต้นกำเนิดมาจากโปรตุเกส ในยุคกรุงศรีอยุธยา พ่อค้าชาวโปรตุเกสได้เข้ามาค้าขายกับไทย และนำสูตรขนมทองม้วนซึ่งมีลักษณะคล้ายกับขนม Pastis de Nata หรือ Pastel de Belém เข้ามาด้วย คนไทยได้ดัดแปลงสูตรนั้น โดยเปลี่ยนจากการใช้แป้งสาลามาเป็นแป้งมัน ใช้น้ำตาลปีบแทนน้ำตาลทราย เพิ่มมะพร้าวขูดและงาดำเข้าไป กลายเป็นขนมทองม้วนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และเป็นที่นิยมแพร่หลายมาจนถึงปัจจุบัน

เอกลักษณ์และเสน่ห์ : มากกว่าแค่ความหวาน

ขนมทองม้วนไม่ได้มีดีแค่ความหวานเท่านั้น แต่ยังมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นหลายประการ ดังนี้

  • ความกรอบนอก นุ่มใน: แป้งที่บางและผ่านการคั่วอย่างพอเหมาะ ทำให้ขนมมีสัมผัสที่กรอบนอก แต่ยังคงความนุ่มนวลอยู่ภายใน สร้างความน่าทานและเพลิดเพลินในการรับประทาน
  • รสชาติหวานละมุน: น้ำตาลปีบที่ให้ความหวานแบบธรรมชาติ ผสมกับความมันของมะพร้าว และกลิ่นหอมของงาดำ ทำให้ขนมมีรสชาติที่กลมกล่อม หวานกำลังดี ไม่เลี่ยน
  • กลิ่นหอมชวนชิม: กลิ่นหอมของมะพร้าวคั่ว งาดำคั่ว และน้ำตาลปีบ ผสมผสานกันอย่างลงตัว ชวนให้รู้สึกอยากลิ้มลอง เป็นกลิ่นที่อบอุ่น ชวนให้นึกถึงบรรยากาศแบบไทย ๆ
  • รูปลักษณ์น่ารับประทาน: สีเหลืองอร่ามของน้ำตาลเคลือบ โรยด้วยงาดำมันวาว ตัดกับสีขาวนวลของแป้ง ทำให้ขนมทองม้วนดูน่ารับประทาน เหมาะสำหรับการเป็นของหวาน ของว่าง หรือของฝาก

สูตรเด็ด : ทำขนมทองม้วนเองง่าย ๆ

แม้จะมีเอกลักษณ์ที่ดูพิถีพิถัน แต่ขนมทองม้วนก็สามารถทำเองได้ง่าย ๆ ที่บ้าน โดยมีสูตรพื้นฐาน ดังนี้

ส่วนผสม

  • แป้งมันสำปะหลัง 200 กรัม
  • แป้งสาลีเอนกประสงค์ 60 กรัม
  • กะทิสด 250 กรัม
  • น้ำตาลมะพร้าว 180 กรัม
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
  • งาดำ 30 กรัม

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ : http://kanomthai.info/