ขนมตะโก้

ขนมตะโก้

บทนำเกี่ยวกับขนมตะโก้

ขนมตะโก้ ชื่อขนมฟังดูไทยแท้ ๆ ใคร ๆ อาจจะนึกถึงแค่ขนมถ้วย แต่จริง ๆ แล้ว ขนมตะโก้มีเอกลักษณ์และเสน่ห์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัมผัสหนึบหนับ รสชาติหวานมัน กลมกล่อม และหน้าตาที่ชวนชิม วันนี้ เราจะพาคุณล้วงลึกไปในโลกของขนมตะโก้ ตั้งแต่ที่มา ประเภท สูตรโบราณ ไปจนถึงเคล็ดลับการทำ ให้คุณสัมผัสได้ถึงความพิเศษของขนมไทยชนิดนี้

กำเนิด ขนมตะโก้ : จากวังหลวง สู่ชุมชน

ขนมตะโก้มีประวัติยาวนาน สันนิษฐานว่าเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา เป็นขนมมงคลในงานพิธีต่าง ๆ ภายในพระราชวัง ต่อมาสูตรได้เผยแพร่ออกสู่ชุมชน ประยุกต์ใช้วัตถุดิบพื้นบ้าน ทำให้ขนมตะโก้หลากหลายขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ความอร่อย

ขนมตะโก้หลากรส : ถั่วเขียว หนุ่ม ข้าวโพด ละลานตา

ขนมตะโก้ไม่ได้มีแค่หน้ากะทิเท่านั้น ไส้ด้านในมีหลากหลายรสชาติให้เลือกสรร

  • ขนมตะโก้ถั่วเขียว เป็นสูตรโบราณดั้งเดิม ทำจากถั่วเขียวบดละเอียด กวนกับน้ำตาลทรายจนเหนียว หอมกลิ่นถั่วเขียวคั่ว เนียนนุ่ม
  • ขนมตะโก้หนุ่ม ใช้แป้งมันแทนถั่วเขียว รสชาติจะหวานละมุน หนึบหนับ ไม่เลี่ยน
  • ขนมตะโก้ข้าวโพด ทันสมัยขึ้นมาหน่อย ใช้ข้าวโพดต้มสุก หอมหวาน ละมุน

นอกจากนี้ ยังมีขนมตะโก้ไส้อื่น ๆ อีกมากมาย เช่น เผือก ฟักทอง มันม่วง

สูตรโบราณ : เคล็ดลับความอร่อยส่งต่อกันมา

สูตรขนมตะโก้ส่วนใหญ่จะถ่ายทอดกันมารุ่นต่อรุ่น โดยเน้นใช้วัตถุดิบสดใหม่ ขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยาก แต่พิถีพิถัน

  • การเลือกกะทิ เลือกกะทิสด หอมมัน เข้มข้น จะทำให้ขนมอร่อยขึ้น
  • การกวนไส้ ต้องกวนให้เหนียวพอดี ไม่เหลวจนเกินไป ไม่งั้นจะเละ ไม่น่าทาน
  • การเทใส่กระทง ต้องรอให้ไส้เย็นก่อน ค่อยเทใส่กระทง จะได้ไม่ละลายและรูปทรงสวยงาม

ทำเองง่าย ๆ : ขนมตะโก้โฮมเมด

อยากลิ้มรสความอร่อยของขนมตะโก้ ไม่ต้องออกไปไหน ลองทำเองที่บ้านได้ สูตรไม่ยุ่งยาก แค่เตรียมวัตถุดิบง่าย ๆ และทำตามขั้นตอน

ส่วนผสมหลัก

  • แป้งมัน
  • น้ำตาลทราย
  • กะทิ (ทั้งน้ำกะทิและหัวกะทิ)
  • ใบเตย

อุปกรณ์

  • หม้อ
  • พิมพ์กระทงใบตอง

วิธีทำ

  1. ผสมแป้งมัน น้ำตาลทราย น้ำกะทิ คนให้เข้ากัน
  2. ใส่ใบเตยลงไป ปิดฝา ต้มให้ใบเตยหอม
  3. ยกลงจากเตา พักให้เย็น
  4. เทใส่กระทง
  5. ราดหน้าด้วยหัวกะทิ ตกแต่งตามชอบ

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ : http://kanomthai.info/